หน้าเว็บ

26 ก.ย. 2556

การดูแลเบี๊ยดดราก้อน (Bearded Dragon care)

การดูแลเบี๊ยดดราก้อน (Bearded Dragon care)

        ก่อนจะเข้าเรื่องในหัวขอนี้้ ผมขอบอกแนวทางในการเลือกซื้อเบี้ยดดราก้อนซักหน่อยก่อนละกันนะครับ การที่เราจะเลือกซื้อเบี้ยดซักหนึ่งตัวมาเลี้ยงนั้นเราต้องดูปัจจัยหลายๆอย่างประกอบก่อนที่จะตัดสินใจในการที่จะซื้อ เพราะเบี้ยดเป็นสิ้งมีชัวิตที่เราจะต้องคอยดูแลเอาใจใส่ ไม่ไช้แค่จะซื้อเบี้ยดมาแต่สนองความต้องการของตัวเองเพียงอย่างเดียว หรือแค่ว่าเเห็นแค่ดูว่ามันแท่ดี ซื้อมาเลี้ยงไปก่อนเดียวค่อยหาข้อมูลในการเลี้ยงที่หลัง ความมักง่ายเช่นนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาที่หลังก็ได้ เช่นที่บ้านไม่ชอบ สถานที่เลี้ยงไม่พร้อม ไม่มีเวลาจะดูแล จนทำให้ต้องขาย หรือทำให้เบี้ยดตายได้(บ่นนานไปละเข้าเรื่องๆ555555) เอาเป็นว่าการที่เราจะตัดสินใจที่จะซื้อนั้นเราจะต้องดูเลยว่า

 1. คนในบ้านรับได้หรือไม่ กลับการที่จะมีตัวอะไรก็ไม่รู้หน้าตาแปลก(สำหลับคนที่กลัว เห็นแล้ว บอกว่าหน้ากลัวเอามากๆ โดยส่วนตัวมันออกจะเท่นะผมว่า^^) มาอาศัยอยู่ด้วยกัน

2. ศึกษาข้อมูลการเลี้ยง (เดียวผมจะบอกที่หลังแล้วกันนะครับ ใจเย็นๆ^^)

3. สถานที่เลี้ยง ลองสำรวจดูบริเวณรอบบ้านหรือในบ้าน ว่าพอมีพื้นที่พอที่จะเลี้ยงเบี้ยดตามจำนวนที่จะซื้อมาหรือป่าว เพราะเบี้ยด1ตัวขนาดโตเต็มที่ก็ประมาณ20-22นิ้วได้ คุณพอจะมีที่ให้เบี้ยดอยู่ได้ไหมเมื่อตอนที่เบี้ยดโตมาแล้วหรือไม่

4. อุปกรณ์การเลี้ยง เราจะต้องหาที่ให้เบี้ยดอยู่อาจจะเแป็นกล่องพลาสติกขนาดใหญ่สักใบเจาะฝาปิดแล้วใส้มุ้งลวดเพื่อการมองเห็นและป้องกันเบี้ยดออกจากกล้อง ไม่ก็อาจเป็นตู้ปลาก็ได้ หรือใช้ตู้เลี้ยงเบี้ยดโดยเฉาะก็ได้ หลอดUVB UVA หลอดสองอันนี้สำคัญนะครับถ้าคุณคิดจะเสี้ยงในบ้านเอาออกมาโดนแดดน้อย เพราะเบี้ยดเป็นสัตว์เลือดเย็นต้องการความร้อนเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร และใช่UVBในการสังเคราะห์วิทามินD3เพื่อช่วยดูดซึ่มแคลเชียม

5. งบประมาณ เรื่องของงบประมาณในการซื้อนั้นขึ้นอยู่กลับว่าคุณจะซื้อเบี้ยดแบบไหนขนาดเท่าไร ราคาแต่ละตัว สี และขนาดจะแตกต่างกัน(ไปหาดูราคาเองนะครับ^^) เรื่องของเงินๆทองๆมันยังไม่จบแค่เรื่องที่คุณมีเงินที่จะซื้อมาเลี้ยงหรือไม่ มันยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู ค่าอาหาร คุณพร้อมหรือยัง ที่จะต้องไปหาหนอน จิงหรีด ผัก มาให้เบี้ยดกินของหลาวนี้ต้องใช้เงินในหารซื้อ อาจจะลดต้นทุนโดยการเลี้ยง หนอนเอง ปลูกผักเองก็ได้นะ

เมื่อเรามีทั้ง5ข้อที่บอกมาแล้วเรามาดูกันดีกว่าว่าเราจะไปซื้อเบี้ยดแบบไหนถึงจะถูกใจและเอามาเลี้ยงแล้วรอด

1. ถามตัวเองเลยว่าอยากได้เบี้ยด Morph อะไร สีไหน ขนาดเท่าไร

2. ไปหาร้านที่ขายเบี้ยด อาจจะไปJJ หรือหาตามประกาศขายตามเพจที่ขายสัตว์แปลก อะไรก็ว่ากันไปแล้วแต่ที่คุณสะดวก

3. ดูลักษณะว่าเบี้ยด มีลักษณะเบี้ยดที่จะซื้อ ไม่ป่ายไม่เป็นโรค หรืออาการผิดปกติใดๆ

4. จ่ายเงิน แล้วก็เอาเบี้ยดกลับมาเลี้ยง^^ก็แค่นี้ละครับผม

ปล. เบี้ยดเป็นสิ้งมีชีวิต ไม่ควรเลี้ยงแบบทิ้งๆขว้างๆนะครับ ซื้อมาเลี้ยงแล้วก็ดูแลเค้าให้เหมาะสมนะครับ และคุณจะมีความสุ๘ในการเลี้ยง


หลังจากบ่นไปนิดหน่อย(นานเลยละ5555) เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ(รอมานานละ-*-) การดูแลเบี้ยดร้าก้อนนั้นไม่อยากอย่างที่คิดหลอกครับ แค่เราใส่ใจกับสิ่งที่เลี้ยงและรักที่จะเลี้ยงก็ไม่อยากครับเรามาดูเรื่องแรกกันเลย


1. เรื่องของที่อยู่อาศัย 

     เรื่องของที่อยู่เบี้ยดนั้นเราจะรู้ได้อย่างไรนั้นว่าเบี้ยด1ตัวจะต้องการพื้นที่ขนาดเท่าไรถึงจะพอเหมาะ ผมขอบอกแบบโดยประมาณแล้วกันนะครับ

ขนาดของเบี้ยด(นิ้ว)             ขนาดที่เลี้ยง(กว้างxยาวxสูง)
                     
        <10                      อย่างน้อย 15x24x15 (20แกลลอน)
        10 - 15                 18x36x15(40แกลลอน) หรือมากกว่า
        16 - 20                 20x42x15(50แกลลอน) ถึง 25x48x15(70แกลลอน)หรือมากกว่า
          20>                    25x48x15(70แกลลอน) ถึง 35x60x15(120แกลลอน)

      วัสดุที่จะนำมาทำเป็นที่เลี้ยง อาจจะเป็นตู้ปลา กล้องอะคริลิค หรือกล้องใส่ของ(กล้องโลตัส) เป็นต้น ส่วนภายในตู้เลี้ยงอาจจะตกแต่งด้วยกิ้งไม้ ก้อนหินขนาดใหญ่ แล้วลองพื้นด้วยทรายละเอียด(ควรทำความสะอาดบ่อยเพื่อไม่ให้หมักหมมมากจนเกินไป) หรือจะปูพื้นด้วยกระดาษหนังสือพืมพ์ก็ได้เพื่อง่ายก็การทำความสะอาด แนะนำควรจะมีถาดให้หนอนและผักไว้เพื่อความสะดวกในกานให้อาหาร ส่วนถาดใส่น้ำไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ไว้ อาจไปเพื่อมความชื่นในที่เลี้ยงทำให้เบี้ยดไม่สะบายได้ เนืองจากเบี้ยดได้รับน้ำจากผักก็เพียงพออยู่แล้ว หรือท่านใดกลัวเบี้ยดจะหิวน้ำก็นำเบียดไปแช่น้ำพออุ่นๆ สักครู่เพื่อให้
เบี๊ยดกินน้ำก็ได้ พอแช่เสร็จเช็ดตัวเบี้ยดให้แห้งด้วยนะครับ




ตัวอย่างตู้เบี้ยด ที่ใช้ตู้ปลามาทำเป็นที่เลี้ยง











ที่เลี้ยงแบบเป็นกลองไม้เจาะช่องสำหรับมองและช่องให้แสงผ่าน






ที่เลี้ยงแบบเป็นกล้องไม้ แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ^^





 










ตู้เลี้ยงสำหรับExotic petแบบสำเร็จ











ตู้ไม้แบบนี้เอาไว้ในห้องรับแขกคงจะสวยหน้าดู











2. เรื่องของแสงและความร้อน

      เบี้ยดเป็นสัตว์ทะเลทรายและเป็นสัตว์เลื้อดเย็นที่ต้องการแสงและความร้อนเพื่อกระตุ้นการผสมพันธุ์ กระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน และช่วยในการดูดซึมแคลเซียม(แคลเซียมหาได้จากผักหรือจากแคลเชียมสำหรับสัตว์เลื้อยคลาน)ไปใช้ถ้าคิดจะเลี้ยงในห้องก็จำเป็นจะต้องหาหลอดUVB UVAไว้ด้วยนะอย่าลืม ผมว่าเอาไปรับแดดบ้างก็ดีนะครับ แดดเช้าประมาณ8-10กำลังดี ถ้าคิดเลี้ยงไว้ข้างนอกบ้านเลยก็หาที่หลบแดดหลบฝนให้เบี้ยดด้วยนะครับไม่งั้นจะได้เห็นเบี้ยดโดนแดดเผาตายเอานะครับ บางคนอาจส่งสัยไม่เราต้องหาหลอดUVBให้เบี้ยดด้วยก็เพราะว่าUVBเป็นส่วนสำคัญที่จะกระตุ้นให้สร้างวิตามินดี3 เพื่อไปดูดซึมแคลเซียมมาใช้ได้ถ้าไม่ให้UVBเลยหรือน้อนก็จะทำให้เป็นโรคที่เกี่ยวกับกระดูกได้ ส่วนUVAนั้นจะเป็นตัวช่วยกระตุ้ยการกินการย่อยอาหาร เรื่งสี และการเจริญพันธุ์ แล้วก็ควรจะแบ่งพื้นที่เลี้ยงให้มีพื้นเย็นและร้อนนะครับเพราะถ้าเบี้ยดต้องการความร้อนมันจะได้เดินไปหา เมื่อไม่ต้องความร้อนจะมีที่หลบ


3. เรื่องของอาหารและน้ำ

     เบี้ยดนั้นเป็นสัตว์ที่กินทั้งแมลง หนอนและผักได้ ในเบี้ยดขนาดเล็กในการเลี้ยงจะเน้นไปทางแมลง และหนอนมากกว่าผักเนื่องจากมีโปรตีนสูงกว่าเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตแต่ก็ขาดผักไม่ได้นะครับควรจะให้บ้างประมาณหนอนและแมลง60% ผัก40% ในแต่ละวัน ส่วนเบี้ยดขนาดใหญ่จะให่ผักมากกว่าหนอนกับแมลง เพราะถ้าให้โปรตืนมากจะทำให้เป็นส่วนเกินสะสมในตัวได้ครับก็เหมื่อนคนละครับกินให้อ้วนมากก็ไม่ดีการให้ก็ผัก60-70%หนอนก็40-30% ต่อวัน หรือปรับตามรูปร่างของเบี้ยดว่าตอนนี้อ้วนเกินไปก็ให้ผักมากกว่าหนอน แมลงก็ได้ครับ ส่วนหนอน แมลงและผักที่เบี้ยดกินได้ก็มี พวกจิ้งหรีด หนอนนก หนอนยัก หนอนแว๊ก(ไม่แนะนำให้บ่อย) ผักนั้นเบี้ยดกินได้เกิอบทุกอย่างครับขอแค่ไม่เผ็ดร้อนและไม่มีสารเคมีก็พอครับ ที่ให้ๆกันก็จะเป็นพวกผักบุ้ง กวางตุ้ง(ส่วนตัวว่ามันชอบสุดละ) ใบหม่อน ดอก ใบ อัญชัน ต้นอ่อนกระบอกเพรช อะไรประมาณนี้ละครับ ส่วนเรื่องน้ำนั้นเบี้ยดจะได้น้ำจากผัก หรือน้ำที่ติดมาจากการล้างผักก็เพียงพอแล้วครับ แต่บางคนกลัวว่าน้ำจะไม่พอก็เอาเบี้ยดไปแช่ในน้ำพออุ่นๆ เดียวเบี้ยดก็จะกินน้ำเองละครับถ้ามันหิวน้ำนะครับ น่ำที่แข่ก็ไม่ต้องสูงมากให้เบี้ยดยืนได้ก็พอครับ กินเสร็จแล้วก็เว็ดตัวให้แห้งปล้วทำไปตากแแดดหรือให้ความร้อนด้วยนะครับเดียวเบี้ยดจะป่วยเอาได้ ไม่แนะน้ำเอาถาดน้ำไปไว้ในที่เลี้ยงเพราะจะเพิ่มความชื่นในที่เลี้ยงจะทำให้ป่วย ก็อย่างที่รู้ๆกันนะครับเบี้ยดเป็นสัตว์ทะเลทรายไม่ควรจะให้มีความชื้นในที่เลี้ยงมาก เออ ผมลืมไปอีกอย่างเบี้ยดสามารถกินอาหารเม็ดสำหรับเบี้ยดได้นะครับ ถ้าทำการฝึกให้กิน แรกๆก็จะกินยากพอสมควร แต่ถ้ามีเวลาหาอาหารสดให้ก็จะดีกว่านะครับ แล้วก็ลูกหนูที่พึ่งออก จิ้งจก นานๆให้กินทีนะครับ และแมลงสาบมาดากัสก้า แมลงสาบบ้านที่เลี้ยงจนแน่ใจว่าสะอาดนะครับไม่ใช้จับแมลงสาบได้ให้กินเลยเดียวจะติดโรคเอาได้นะ















4. เรื่องการตกแต่งที่เลี้ยง 

     ขอเริ่มด้วยวัสดุก็แล้วกันนะครับของที่ใช้ลองพิ้นนั้นสามารถใช้ได้ทั้ง ทรายเม็ดเล็กๆ ถ้าคิดจะใช้ทรายก็ขยันในการทำความสะอาดหน่อยนะครับเพราะว่าเมื่อเบี้ยดถ่ายออกมาจะติดกับทรายทำความสะอาดยากกลิ่นเหม็น ถ้าไม่อยากทิ้งทรายก็ล้างให้สะอาดแล้วตากทรายให้แห้งค่อยเอามาใส่ในที่เลี้ยง แต่ถ้าเลี้ยงในใหญ๋ๆใช่ทรายเยอะก็ทำจัยกับเรื่องกลิ่นนะครับ เก็บชี้เบี้ยดออกก็พอละไม่ต้องเอามาล้างให้ยุ้งยาก หรืออาจจะใช้วัสดุสำหรับลองพื้นตุ้สัตว์เลื้อยครายก็ได้ครับ หรือไม่ถ้าขี้เกรียนหาไรมาใช้ก็ง่ายๆเลยหนังสือพิมพ์สะดวกดีไม่ต้องเสียตังเยอะไม่ต้องมาล้างทำคว่มสะอาดเลอะก็ทิ้ง ส่วนอุปกรณ์ที่จะตกแต่งในที่เลี้ยงก็จะใช้พวก กิ้งไม่ ก้อนหินอะไรประมาณนั้น อ่ออย่าลืมที่ใส่อาหารด้วยนะครับเพื่่อความไม่เลอะเทอะและหนอนจะได้ไม่เดินไปซ่อนที่ไหนได้


21 ก.ย. 2556

สายพันธุ์ และสีของเบี้ยดดราก้อน

สายพันธุ์เบี้ยดดราก้อน

     เบี้ยดดรากอนนั้นมีขนาดและสีที่หลากหลาย การปรับปรุงพันธุ์(breading)เบี้ยดดรากอนให้ได้ขนาด สีและสายพันธุ์ตรงตามที่เราต้องการนั้น เราจะต้องใช้เบี้ยดดรากอนที่มากกว่า1คู่ที่มีลักษณะที่เหมื่อนหรือแตกต่างในการผสมพันธุ์ เพื่อที่จะได้เบี้ยดดรากอนตามที่เราต้องการ เราจึงควรจะรู้ว่าลักษณะที่ตัวเบี้ยด1ตัวที่ท่านจะซื้อมานั้นมีลักษณะอย่างไรบ้าง

เรามาดู Morph แรกกันเลยดีกว่าครับคือ Normal Bearded dragon เป็นเบี้ยดดราก้อนที่มีลักษณะหนามมากเล็บมีสีดำ สีของลำตัวส่วนใหญ่เป็นสีน้ำตาลเทาจนถึงสีออกเทาดำ




                                             ลักษณะของเล็บ>>>>>>>












  <<<<<<ลักษณะของหนาม








2. Hypo (Hypomelanistic) เป็นเบี้ยดที่มีลักษณะเล็บขาว ลายสีดำบนลำตัวน้อย


                      

                              ลักษณะเล็บขาว>>>>>





                                                                                                                                                                                                                                                                                        <<<<<ลายสีดำบนลำตัวน้อย







3.Trans (Translucent) เป็นเบี้ยดที่มีลักษณะที่ใสกว่าเบี้ยดปกติ ดวงตาเป็นสีคำทั้งดวง




          ลักษณะลำตัวที่ใสและตามีสีดำทั้งดวง>>







4. German Giant เป็นเบี้ยดที่มีขนาดใหญ่ สามารถมีขนาดใด้ถึง30นิ้ว(76เชนติเมตร)ในตัวผู้ตัวเต็ววัย




<<<<ขนาดเมื่อเทียบกับคน







5. Italian Leatherback เป็นเบี้ยดที่มีลักษณะผิวหนังมีหนามน้อยแต่ยังพิมีหนามอยู่บ้าง



                                                                                                               ลักษณะผิมหนังมีหนามน้อย>>>>>







6. Silkback เป็นเบี้ยดที่มีลักษณะที่ไม่มีส่วนของหนามอยู่เลย Silkback ถูกค้นพบครั้งแรกจากการเอา Leatherback ผสมกับ Leatherback แล้วได้ Silkback25% Leatherback50% และลักษณะหนามปกติ25%



<<<<ลักษณะผิวหนังที่ไม่มีหนาม








7. Dunner เป็นเบี้ยดทีมีลักษณะของหนามส่วนหลังที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ หนามตรงบริเวณเคราจะแหลมไปทางซ้ายและขวา แทนที่จะแหลมลงเหมื่อนปกติ ผู้ค้นพบคนแรกคือ Kevin Dunn




                                    ลักษณะหนามบนลำตัว>>>>>




<<<<<ลักษณะหนามบริเวนเครา ซ้ายปกติ ขวาDunner


ลักษณะหนามบริเวณส่วนท้อง  ซ้ายปกติ ขวาDunner>>>>>

<<<<<ลักษณะหนามส่วนหาง ซ้ายปกติ ขวาDunner





8. Leucistic เป็นเบี้ยดที่มีลักษณะสีขาวซึ่งเกิดจากการที่การพัฒนาของเม็ดสีที่บกพร่องทำให้เห็นเป็นสีขาว แต่ก็ยังเห็นเม็ดสีบริเวณส่วนรอบดวงตา




                      ลักษณะสีบนตัวและดวงตา>>>>>







9. Witblits เป็นเบี้ยดที่มีสีขาวทั้งตัว



<<<<<ลักษณะที่บนลำตัว









10. Japanese Silverback เป็นเบี้ยดที่มีเงินบนสำตัว





                                   สักษณะสีบนลำตัว>>>>>









11. Albino เป็นเบี้ยดเผือก




<<<<<ลักษณะของสีตามลำตัว










สีที่พบในเบี้ยดดราก้อน

1. กลุ่มสีแดง (Red-Blood red)
2. กลุ่มสีส้ม (Yellow-Orange-Red)
3.กลุ่มสีเหลือง (Gold-Yellow)
4.กลุ่มสีขาว(Albino-White)
5. Tiger pattern มีลายสีดำคร้ายลายเสือบนสำตัว
6. Blue และ Green เป็นสีใหม่ที่ยังระบุแน่ชัดได้ยากว่าได้ทำการผสมขึ้นมาได้หรือยัง
7.Black
8. Pied เป็นสีด่างตามลำตัวเบี้ยด

อันนี้เป็นตาราง breading ครับไว้ดูว่าพ่อแม่เป็นแบบไหนแล้วจะได้ลูกออกมาเป็นอย่างไรบ้างจะได้ไม่ต้องมานั้งคิดให้ปวดหัว
1. Normal เป็นเบี้ยดที่มีลักษณะหนามเยอะ เล็บมีสีดำ
2. Hypo เป็นเบี้ยดที่มีเล็บขาว มีลายสีดำน้อย
3. Trans เป็นเบี้ยดที่มีลักษณะตัวใส ตาดำ หรือในบางตัวตาดำอย่างเดียว
4. Hypo Trans เป็นเบี้ยดที่รวมลักษณะระหว่าง Hypo กับ Trans เข้าด้วยกัน
5. Het Hypo เป็นเบี้ยดที่ยีนHypoถูกข่มไว้ หรือพูดง่ายๆคือมียีนHypoอยู่50%และยีนNormalอยู่50%
6. Het Trans เป็นเบี้ยดที่มียีนของTransอยู่แต่ไม่แสดงออกมาให้เห็น หรือมียีนTrans 50%
7. Double Het เป็นเบี้ยดที่มีทั้ง Hypo และ Trans อยู่ในตัวอย่างละ25%
8. Hypo Het trans  เป็นเบี้ยดที่แสดงยีนHypoให้เห็นแต่ไม่แสดงยีน Transให้เห็น
9. Trans Het Hypo เป็นเบี้ยดที่แสดงยีน Trans ให้เห็นแต่ไม่แสดงยีน Hypoให้เห็น
แหล่งที่มา
1. http://beardeddragonsource.com/info-center/about-breed-types/
2. http://www.thebeardeddragon.org/types-of-bearded-dragons.php 
3. http://www.thebeardeddragon.org/types-of-bearded-dragons.php
4. http://www.beardeddragon.org/bjive/viewtopic.php?p=778837
5. http://agama.su/articles/pogona-vitticeps/morpha/
6. http://www.beardeddragon.org/bjive/viewtopic.php?f=1&t=174926
7. http://www.sandfiredragonranch.com/index.php?main_page=product_info&products_id=88
8. http://www.beardeddragon.org/bjive/viewtopic.php?f=1&t=166115
9. http://www.beardeddragon.org/bjive/viewtopic.php?p=1140241

ปล. หากข้อมูลผิดพลาดประการใดบอกและติเตือนได้เลยนะครับ